พฤหัส. ก.ค. 29th, 2021
กำไรโอสถสภาเติบโตสวนกระแสโควิด 19 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 นั้นส่งผลต่อภาคธุรกิจในวงกว้าง จนแทบจะเรียกได้ว่าแทบทุกธุรกิจ

กำไรโอสถสภาเติบโตสวนกระแสโควิด 19 

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 นั้นส่งผลต่อภาคธุรกิจในวงกว้าง จนแทบจะเรียกได้ว่าแทบทุกธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบทางลบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งนี้ และมันยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซาลงจากอำนาจการซื้อของประชาชนที่ลดน้อยลงจากความซบเซาของธุรกิจ เมื่อประชาชนมีรายได้น้อยลงพวกเขาย่อมพยายามที่จะตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่เพียงเท่านั้นรายได้หลักของประเทศที่มาจากนักท่องเที่ยวก็หายไปเนื่องจากเรายังไม่มีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในปีที่

ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าธุรกิจอื่นๆ จะต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านรายได้และกำไร แต่มีอยู่บริษัทหนึ่งที่กลับสามารถทำกำไรได้สวนกระแสการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid 19 ได้อย่างยอดเยี่ยม นั่นก็คือโอสถสภาผู้ผลิตเครื่องดื่มสุขภาพและเครื่องดื่มชูกำลังรายใหญ่ในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขานั้นเตรียมที่จะวางขายสินค้าใหม่ทั้งในไทยและ myanmar เน้นจุดขายด้านนวัตกรรมและเพิ่มช่องทางการขายรวมถึงช่องทางการกระจายสินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เกิดโตมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพยายาม

ควบคุมและลดต้นทุนเพื่อให้ผลกำไรเพิ่มมากขึ้น เป็นการจัดการทั้งในบ้านและนอกบ้านอย่างยอดเยี่ยม เครื่องดื่มของโอสถสภาที่เรารู้จักกันดีนั้นก็คือเครื่องดื่มชูกำลังอย่าง ฉลาม หรือ M150 เครื่องดื่มวิตามินอย่าง C-vic ไม่แน่ว่าการที่ยอดขายเครื่องดื่มดังกล่าวนี้เพิ่มมากขึ้นอาจเกิดจากการที่ประชาชนจะต้องทำงานหนักขึ้นจะต้องพึ่งเครื่องดื่มชูกำลังหรือเครื่องดื่มวิตามินก็ว่าได้

ทางโอสถสภานั้นมีเป้าหมายในการผลักดันการเติบโตของธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม โดยการเพิ่มสินค้าใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งต่อยอดความสำเร็จในสินค้าที่ประสบความสำเร็จและครองตลาดอยู่แล้วในปัจจุบัน  พร้อมดำเนินโครงการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดปริมาณต้นทุนลงและเพิ่มปริมาณกำไรมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโลกนั้นยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่ยังไม่แน่นอนว่าอาจจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการจัดการในบ้านอย่างการลดต้นทุนนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ด้วยการจัดการอย่างรวดเร็วและสามารถรับมือกับเหตุการณ์วิกฤตได้อย่างอยู่หมัดทำให้โอสถสภานั้นยังคงเป็นบริษัทที่สามารถทำกำไรได้ในปี 2563 โดยมียอดรายได้เติบโตขึ้นถึง 0.3 เปอร์เซ็น คิดเป็นเงินสูงถึง 2.1 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ในปี 2563 นั้นแค่พยุงตัวให้ไม่ขาดทุนก็ทำได้ยากแล้ว แต่โอสถสภานั้นนอกจากจะสามารถทำกำไรท่ามกลางสภาวะวิกฤตได้แล้วยังสามารถเพิ่มความเติบโตของธุรกิจได้อีกด้วย


By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *