พุธ. ต.ค. 20th, 2021

ปฏิรูปอุตสาหกรรมอาหาร มูลค่าเพิ่มในช่วงโควิด

หนึ่งในอุตสาหกรรมประเทศไทยที่ได้รับความนิยมระดับโลกและได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งส่งออกเป็นอันดับที่ 11 ของโลก ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ แต่อุตสาหกรรมอาหารกลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เมื่อเทียบเท่ากับอุตสาหกรรมอย่างอื่น อีกทั้งยังมีแนวโน้มการสร้างมูลค่าเพิ่ม และผลิตภาพในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

ปฏิรูปอุตสาหกรรมอาหาร มูลค่าเพิ่มในช่วงโควิด

ผลิตภาพในอุตสาหกรรมอาหาร คืออะไร

สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดในผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นว่ามีการพัฒนาหรือปรับปรุงขึ้นมาอย่างไรบ้าง หลักการของผลิตภาพในอุตสาหกรรมอาหารมีดังนี้ ทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตที่ใส่เข้าไปในกระบวนการผลิต (Output) เพื่อสร้างผลผลิต (Process) ที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เราสามารถวัดผลิตภาพของอุตสาหกรรมอาหารได้ด้วยการคำนวณอัตราส่วนของ Output/Input เพื่อให้ทราบได้ว่าจำนวน Input 1 หน่วยนั้นสามารถนำมาสร้าง Output ได้กี่หน่วย ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ในการวัดผลิตภัณฑ์ภาพของโรงงานอุตสาหกรรมเงาะกระป๋อง คำนวณได้ด้วยสูตร Output/Input คือ จำนวนกระป๋องและเงาะ (Output) ที่ใช้ผลิตได้ต่อเงาะกระป๋อง ๆ นึง (Input) จำนวนเงาะกระป๋อง ÷ จำนวนเงาะและกระป๋องที่ใช้ จะบอกเราว่าทุก ๆ กิโลกรัม สามารถสร้างให้เกิดเงาะกระป๋องได้กี่กระป๋อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มีประโยชน์ในทางการตลาดคือ ใช้เปรียบเทียบกับคู่แข่งอื่นได้ว่าเราควรเสริมจุดแข็งตรงไหน และลบจุดอ่อนตรงไหน และควรที่จะวางแผนการผลิตต่อไปในแนวทางไหน

มูลค่าในอุตสาหกรรมอาหาร คืออะไร

หลักการของมูลค่าในอุตสาหกรรมอาหารจะสวนทางกับกับผลิตภาพ หมายความว่า กระบวนการผลิต (Input) กลับคืนมาสู่ปัจจัยการผลิต (Output) ซึ่งส่วนต่างที่ได้จากการแปลงมูลค่านี้เราเรียกว่า มูลค่าเพิ่ม ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านก็คือ ได้กำไร นั่นเอง เราสามารถวัดผลิตภาพจากมูลค่าเพิ่มก็ได้ เช่น ถ้า Input ในที่นี่เป็นปัจจัยการผลิตก็จะได้ความหมายว่าปัจจัยการผลิต 1 หน่วย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เท่าใด สรุปแล้วปัจจัยที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มก็คือ Output กับ Input นั่นเอง ทำได้โดยการลดต้นทุน และสร้างคุณค่า เนื่องจากในแต่ละต้นทุนย่อมมีอัตราความเสี่ยงอยู่ เราจึงจำเป็นต้องลดอัตราความเสี่ยงในต้นทุนนั้นให้น้อยลงมากที่สุด

ถึงแม้อุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 เหมือนกับอุตสาหกรรมประเภทอื่น ๆ แต่ก็ยังต้องมีการเก็บข้อมูล และติดตามประเมินผลตัวชี้วัดผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มอยู่ตลอดเวลา นั่นคือ สิ่งที่ผู้บริหารในองค์กรต้องกลับไปทำการบ้านเพื่อให้องค์กรนำไปสู่การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สามารถทัดเทียมกับนานาประเทศได้ และถ้าหากช่วยกันหันมานิยมซื้อผลิตของไทยเราก็จะช่วยให้อุตสาหกรรมของเรานั้นเจริญ และพัฒนาต่อไปเพื่อให้ผลผลิตที่ดีสู่ตลาดของเราเอง

 

ดีแทค ยืดอก พร้อมชดเชยให้กับลูกค้าพลาดจาก คนละครึ่ง เฟส 2

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *