อังคาร. ก.ย. 21st, 2021
ยุค พ่อค้า แม่ค้า คนกลางกำลังจะหมดไป ในอดีตเรามักจะพบกับการค้าแบบ พ่อค้า แม่ค้า คนกลาง ที่ไปรับสินค้ามาแล้วนำมาขายต่อให้กับผู้ซื้อรายย่อย

ยุค พ่อค้า แม่ค้า คนกลางกำลังจะหมดไป

ในอดีตเรามักจะพบกับการค้าแบบ พ่อค้า แม่ค้า คนกลาง ที่ไปรับสินค้ามาแล้วนำมาขายต่อให้กับผู้ซื้อรายย่อย  ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่รู้หรือไม่ว่าโลกเราผ่านไปไวจนในปัจจุบันนี้วิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ผ่านไปเร็ว แบบวินาทีต่อวินาทีด้วยซ้ำ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การตลาดเปลี่ยนรูปแบบไปค่อนข้างมาก จากในอดีตที่เรามักจะซื้อสินค้ากับพ่อค้าหรือแม่ค้าคนกลาง  ปัจจุบันนี้เราสามารถที่จะติดต่อซื้อขายโดยตรงกับทางผู้ผลิตได้  แม้จะซื้อในปริมาณที่ไม่มากก็ตาม  ซึ่งก็มีข้อดีหลายอย่างเพราะจะทำให้เราสามารถที่จะเปรียบเทียบสินค้าได้ค่อนข้างมาก  รวมไปถึงสามารถที่จะสืบทราบราคาอย่างเที่ยงตรงได้อย่างเป็นทางการและเป็นธรรม จากหน้าเว็บหลายหน้าต่าง

เพราะโลกออนไลน์ที่กำลังเข้ามาครองโลก ทำให้มีแพลชทฟอร์มการค้าออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ใครๆ ก็สามารถที่จะนำสินค้าของตนเองเข้าสู่กระบวนการเปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งผู้ที่มีเพียง Facebook หรือ Instagram ส่วนตัวก็สามารถที่จะขายสินค้าได้แล้ว

  ล่าสุดมีกระแสว่าในอนาคตอาจจะไม่มีพ่อค้าและแม่ค้าคนกลางเลยอย่างสิ้นเชิงแบบ 100%  เพราะแม้แต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่เองก็ยังหันมาเปิด ตลาดออนไลน์ขายสินค้าแบบ e-commerce เป็นของตัวเอง  เพราะสะดวกรวดเร็วและลดขั้นตอนในการกระจายสินค้าไปยังจุดเล็กๆและจุดย่อย  ซึ่งนั่นจะทำให้ประหยัดค่าขนส่งและประหยัดการว่าจ้างพนักงานที่ต้องกระจายอยู่ตามพื้นที่และถิ่นฐานต่างๆ  เพราะในบางครั้ง  ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ควบคุมคุณภาพสินค้าและควบคุมการบริการได้ยาก

ยุค พ่อค้า แม่ค้า คนกลางกำลังจะหมดไป

            ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตสินค้ายักษ์รายใหญ่หลายคนหันมาทำ การตลาดอีคอมเมิร์ซ อย่างเต็มรูปแบบบ้างแล้วก็มี  อย่างเช่น

เคลล็อกส์ ผู้ผลิตอาหารเช้าซีเรียลและขนมขบเคี้ยว เผยยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซปี 2563 เติบโตเท่าตัว นั่นก็คือ 8.5%  หรือคิดยอดขายเป็นเงิน รวม 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.12 แสนล้านบาท)

คราฟต์ไฮนซ์  ผู้ผลิตซอสและอาหารพร้อมทาน แจ้งว่าเมื่อปี  2020 ที่ผ่านมา  ยอดขายบน เว็บไซต์ Heinz to Home ในสหราชอาณาจักร ยุโรป และออสเตรเลีย  มีการเติบโตขึ้นเท่าตัวเช่นกัน โดยเม็ดเงินจากช่องทางตลาดออนไลน์ขององค์กรมีสัดส่วน 5% ของยอดขายรวมทั้งหมด

บริษัทวิจัยเออร์เนส รีเสิร์ช สรุปผลวิจัยว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าและผู้ที่ซื้อสินค้า ชาวอเมริกันซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันผ่านช่องทางสินค้าออนไลน์ และ e-commerce คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 1,271 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน (ประมาณ 3.8 หมื่นบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 45%

แต่ ยอดขายจากการซื้อสินค้าจากร้านค้าออฟไลน์เพิ่มขึ้นแค่ 7% เป็นเงิน 3,849 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.1 แสนบาท) ซึ่งถือว่ายอดขายลดลงและน้อยกว่าตลาดออนไลน์


By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *