จันทร์. มิ.ย. 21st, 2021
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดการณ์ไตรมาสแรกของปี 2564 ติดลบอ่วม ปี 2563 นั้นเป็นเหมือนกับปีชงของกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกไทยเนื่องจาก

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดการณ์ไตรมาสแรกของปี 2564 ติดลบอ่วม

ปี 2563 นั้นเป็นเหมือนกับปีชงของกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกไทยเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ซึ่งเป็นการแพร่ระบาดใหญ่ที่ที่สุดในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา การที่เชื้อดังกล่าวนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายทำให้ผู้คนนั้นต่างก็ออกบ้านมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง หรือบางคนได้รับผลกระทบจนทำให้รายได้ลดลงหรือกลายเป็นคนตกงาน เมื่อกำลังซื้อลดลงแน่นอนว่าการขายก็ฝืดเคือง ทำให้ในปี 2563 กิจการค้าปลีกจึงมียอดติดลบสูงถึง 12 เปอร์เซ็นต์สูงที่สุดใน

ประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แม้ว่าช่วงปลายปีสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้นจนรัฐบาลเริ่มที่จะคลายล็อกดาวน์และผ่อนผันมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสลง แต่น่าเสียดายที่ต้นปี 2564 นี้ได้เกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 ขึ้นจนทำให้กิจการหลายกิจการต้องหยุดชะงัก และมันก็ส่งผลกับผู้ประกอบการค้าปลีกอีกครั้ง จากแนวโน้มการติดลบอย่างต่อเนื่องในการประกอบการค้าปลีกทำให้หลายองค์กรพยายามที่จะเข้ามาผลักดันและฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มอัตราการจ้างงานและลดอัตราการว่างงานลงเพื่อต่ออายุให้กับผู้ประกอบการค้าปลีกโดยเฉพาะเหล่าธุรกิจ sme ที่ประสบปัญหามากกว่า 4 แสนราย

ทางสมาคมผู้ค้าปลีกไทยก็ได้ออกมาชี้แจงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของเหล่าผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศไทยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 โดยได้กล่าวถึงไตรมาสแรกของปี 2560 4 หรือช่วงเวลานี้ซึ่งคาดการณ์เอาไว้ว่าดัชนีค้าปลีกนั้นแม้ว่าจะดีขึ้นจากตัวเลขเมื่อปี 2563 แต่ก็ยังคงติดลบอยู่ที่ 7-8 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มูลค่าเงินที่หมุนอยู่ในธุรกิจดังกล่าวเหล่านี้สูญหายไปกว่า 5 แสนล้านบาท นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่ควรได้รับการตระหนักและผลักดันให้ฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเพื่อ ธุรกิจค้าปลีกนั้นเป็นธุรกิจที่เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยหมุนเวียนเม็ดเงินในประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เป็นธุรกิจที่ครอบคลุมห่วง

โซ่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ การที่รายได้ของธุรกิจค้าปลีกลดลงหมายถึงผู้ประกอบการไม่มีรายได้ ส่งผลให้พนักงานถูกเลิกจ้างหรือลดเงินเดือน และมันก็ส่งผลให้พนักงานนั้นไม่มีกำลังซื้อสินค้าและกลายเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวจนกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ทางสมาคมจึงได้ออกมาแสดงความต้องการถึงภาครัฐในการบริหารมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนเพื่อลดอัตราการว่างงานและเพิ่มอัตราการจ้างให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาดีดั่งเดิมในระยะยาว เพราะเมื่อมีการจ้างงานคนในประเทศก็จะมีกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาออกมาจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินก็จะกลับมาสะพัดในธุรกิจการค้าปลีกอีกครั้ง


By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *