อังคาร. ก.ย. 21st, 2021
เศรษฐกิจไทยในยุคโควิด แทบจะต้องไม่ต้องพูด หากถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยในตอนนี้ เราอยู่ในภาวการณ์พร้อมใจกันประหยัดโดยไม่ได้นัดหมาย

เศรษฐกิจไทยในยุคโควิด

แทบจะต้องไม่ต้องพูด มองตากันก็รู้หากถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยในตอนนี้ เราอยู่ในภาวการณ์พร้อมใจกันประหยัดโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ถามจริงว่า มันเป็นเพราะยุคโควิดหรือไม่ที่ทำให้เป็นแบบนี้หรือว่ามันเริ่มๆมาสัก 2 – 3 ปีแล้ว เศรษฐกิจไทยในยุคโควิด นั้นอาจจะต่ำที่สุดในชีวิตของใครหลายคน ชีวิตที่ต้องเดินหน้า แต่เหมือนมองไม่เห็นอนาคต เกิดอะไรขึ้นกับ เศรษฐกิจ ในประเทศนี้กันแน่

จริงๆแล้วก่อนหน้าที่โควิดจะบุกเข้าประเทศไทยจนต้องปิดประเทศห้ามชาวต่างชาติเข้ามาต้องแต่เดือนมีนาคม ปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศที่เดินทางมาถึงจุดนี้เพราะว่าเราพึ่ง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นตัวขับเคลื่อน เศรษฐกิจ มากเกินไปตั้งแต่ช่วง 2-3 ปี ก่อนหน้าโควิด เนื่องจากธุรกิจที่จะเรียกเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาอย่างธุรกิจส่งออกนั้น ไม่เข้าเป้าเสียเท่าไหร่ และจากประเทศที่เคยเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคนี้ ที่เคยเป้นของประเทศไทย กลับทยอยย้ายออกไปยัง เวียดนาม และอินโดนีเซีย สังเกตได้จาก เราไม่ใช่ประเทศที่เปิดตัวสินค่าใหม่ของเครื่องใช้ไฟฟ้า และ อุปกรณ์อีเลกโทรนิด อย่างโทรศัพท์มือถือ หรือรถยนต์ อีกต่อไปแล้ว

ทำให้มีเพียง ธุรกิจท่องเที่ยว เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถหาเงินเข้าประเทศได้ ทำให้ประชากรมีรายได้เพิ่ม แต่พอเกิดวิกฤตโรคระบาด มันคือตัวฆ่าธุรกิจท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ความกลัวและความอันตรายของโรคเอง บังคับให้ประเทศต้องปิดสนามบิน ไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้ามา ส่งผลกระทบวงจรรายได้ของการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง เท่านั้นยังไม่พอ ธุรกิจที่โดนผลกระทบอย่างจังกับวิกฤติโควิดนี้คือ ธุรกิจการให้บริการต่าง ธุรกิจที่ต้องอาศัยการเดินทางเพื่อไปบริโภคหรือใช้บริการ เช่น ร้านอาหาร สถานเสริมสวย เสริมความงาม คลินิกผิวหนัง ร้านนวด ร้านเกม คลับ บาร์ ธุรกิจเหล่านี้แม้ไม่ได้รายได้จากนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่ก็โดนผลกระทบอย่างจังเช่นกัน เพราะเสี่ยงต่อความแออัดและการสัมผัสตัว

ปัจจุบัน ทุกคนแทบจะต้องอยู่กับบ้าน หากโชคดีคุณจะอยู่บ้านเพราะต้องทำงานที่บ้านหรือ Work from home แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยู่บ้านเพราะทำงานที่บ้าน อัตราการตกงานของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะบรรดาธุรกิจต่างๆ ไม่สามารถจะมีเงินทุนพอที่จะสู้ต่อไปในภาวะเงินฝืดเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว อีกทั้งนโยบายของภาครัฐก็ไม่สามารถจะช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างตรงจุด โครงการคนละครึ่ง หรือ เราชนะ ไม่สามารถจะกระจายเงินไปได้ทั่วทุกวงจรของทุกภาคธุรกิจ มันเป็นเพียงแค่ช่วยเหลือให้คนมีเงินกินข้าวในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้ประชากรที่ไม่ได้เป็นร้านค้าที่ร่วมโครงการได้มีรายได้ เป็นแค่เพียง Helicopter money หรือการโปรยเงินแจกเท่านั้น

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าใจหายและหดหู่ แต่คนไทยก็ต้องมองหาหนทางเพื่อที่จะให้ตัวเองอยู่รอด โดยที่ไม่ต้องหวังพึ่งมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ซึ่งจะยังคงเป็นชุดนี้ต่อไปอีกจนถึงปี 2566 หากไม่มีอุบัติเหตุใดใดทางการเมืองเกิดขึ้นเลย

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างพากันวิเคราะห์ว่า หากรัฐบาลยังให้ยาไม่ตรงจุด เศรษฐกิจไทย จะเริ่มฟื้นตัวได้ น่าจะในช่วงสิ้นปี 2565 หรือต้นปี 2566 แล้วจะกลายเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแทบจะต่ำที่สุดในภูมิภาค เหนือกว่าแค่ประเทศพม่า ที่เพิ่งโดนรัฐประหารไปเท่านั้น

https://mgronline.com/smes/detail/9640000040043

https://siamrath.co.th/n/249823

https://mthai.com/news/71773.html


By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *