อาทิตย์. ต.ค. 17th, 2021

โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่กำลังมา ก้าวสู่ยุค สตาร์ทอัพและ SME

นี่มันคงถึงเวลาที่จะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่และยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาทักทายกันเสียที หลังจากเจ้าเชื้อไวรัสร้ายโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เข้ามาทักทายประชากรโลกเข้าเรายาวนานกว่า 1 ปีเต็ม อีกทั้งยังมีการปรับตัวที่จะต่อต้านฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะ ตลอดจนวัคซีที่ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อต้านทานโรค ทำเอาคนที่ได้รับวัคซีนเข้าไปต้องล้มป่วยมากมาย และมีหลายเคสที่เจอหนักกว่านั้น เพราะต้องจากโลกใบนี้ไปก่อนเวลาอันควรเพราะแพ้ยา หรือบางทีฉีดไปแล้ว ก็กลับมาติดเชื้อโควิด 19 อีกครั้ง ซึ่งกว่าจะรู้ตัว ก็ทำเอาเนื้อเยื่อในปอดนั้นถูกทำลายลงเป็นจำนวนมากแล้วนั่นเอง

โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่กำลังมา ก้าวสู่ยุค สตาร์ทอัพและ SME

งานนี้โควิด 19 ทำเอาชีวิตผู้คนต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล จากการที่ต้องตื่นแต่เช้าแล้วรีบเดินทางไปทำงานให้ทันเวลา กลับต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านมากขึ้น บริษัทหลายแห่งนั้นให้พนักงานสามารถ Work From Home ได้ หรือบางที่ก็มีการสลับวันเข้าออฟฟิศไปทำงานกันก็มี และการที่ผู้คนเดินทางน้อยลงนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลสำคัญเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เศรษฐกิจในขณะนี้ซบเซากว่าที่ควรเป็น เพราะถ้าออกเดินทาง แน่นอนว่าต้องต้องใช้รถ ใช้มอเตอร์ไซค์ ซึ่งใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน เมื่อออกนอกบ้านก็ต้องมีการจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์แต่งหน้า รวมไปถึงข้าวปลาอาหารต่างๆ เพราะไม่สะดวกพกอาหารไปด้วยทุกที่ นอกจากนี้ยังจะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง และกิจกรรมเพื่อความบันเทิงอื่นๆ แต่พอต้องอยู่แต่บ้านแล้ว ค่าใช้จ่ายที่จะกลายเป็นเงินหมุนเวียนในระบบก็ค่อยๆ หดหายไป

เมื่อรายได้หดหาย เพราะคนออกมาจับจ่ายใช้สอยต่างๆ น้อยลง บริษัทห้างร้านและองค์กรขนาดใหญ่ที่มีภาระค่าใช้จ่ายมากๆ ก็เริ่มอยู่ยากขึ้น เพราะด้วยจำนวนพนักงานที่มากกว่าบริษัทอื่นๆ จึงมีต้นทุนในเรื่องเงินเดินที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย หากแต่สินค้าและบริการกลับขายได้น้อยลง ถ้าจะปล่อยให้เรื่องราวเหล่านี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ คาดว่าบริษัทแม่และบริษัทย่อยๆ ในเครือ คงต้องล้มฟุบลงไปพร้อมๆ กัน และเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัทย่อยๆ ในเครือ ก็ทำให้ในตอนนี้ บริษัทขนาดใหญ่อย่าง CP, Central และบริษัทข้ามชาติอีกหลายๆ แห่ง เริ่มมีการแตกบริษัทย่อยออกมาให้ไปบริษัทกันเอง โดยไม่ต้องขึ้นกับบริษัทใหญ่อีกต่อไป เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการปรับเปลี่ยน และตัดสินใจต่างๆ โดยไม่ต้องรอประธานบริษัทอนุมัติให้ทุกเรื่องเหมือนอย่างที่เคยนั่นเอง

งานนี้เมื่อบริษัทย่อยมากขึ้น นั่นหมายความว่าบริษัทขนาดเล็ก สตาร์ทอัพ และ SME ก็มีโอกาสเติบโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวดี สำหรับคนที่กำลังอยากจะเริ่มต้นธุรกิจในช่วงนี้ เพราะการแข่งขันค่อนข้างต่ำนั่นเอง

 

ต่อตำนานคนละครึ่งให้เจ้าของธุรกิจได้อุ่นใจ ด้วยโคเพย์

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *