จันทร์. ก.ย. 20th, 2021
Resilience การบริหารแบบยืดหยุ่นที่กำลังมาแรงในช่วงโควิด

Resilience การบริหารแบบยืดหยุ่นที่กำลังมาแรงในช่วงโควิด

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 นั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก ผู้คนนั้นต่างต้องใช้ชีวิตตามวิถีชีวิตใหม่แบบ New Normal เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แน่นอนว่าการใช้วิถีชีวิตใหม่นั้นย่อมส่งผลต่อการทำงานและการประกอบกิจการ ซึ่งไม่สามารถทำในแบบเดิมได้อีกต่อไป อย่างเช่นการมานั่งรวมกันในออฟฟิศที่เป็นสถานที่ติดและมีความแออัดสูง ทำให้มีวัฒนธรรมการ work from home เกิดขึ้นมาและเร่งอัตราการทำงานที่บ้านให้สูงขึ้นเป็นอย่างมากในประเทศไทย จากเดิมที่เคยมีวัฒนธรรมว่าการนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศดีที่สุดนั้นก็เริ่มไม่ใช่อีกต่อไป

Resilience การบริหารแบบยืดหยุ่นที่กำลังมาแรงในช่วงโควิด

Resilience จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการบริหารกิจการในช่วงยุคโควิด Resilience หมายถึงความยืดหยุ่น หากองค์กรนั้นมีความยืดหยุ่นสูงก็จะสามารถปรับตัวในการบริหารหรือจัดการสิ่งต่างๆ ภายใต้สภาวะที่ไม่ปกติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าจนเรานั้นสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นได้อย่างสบายหากพึ่งพาพวกมัน ก็จะทำให้ผลกระทบต่อกิจการนั้นลดน้อยลง หากเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติแล้วบริษัทยังคงยึดถือกับค่านิยมและการทำงานแบบเดิมนั้นอาจส่งผลให้กิจการได้รับผลกระทบในแง่ลบมากกว่าที่คิด ความสามารถในการยืดหยุ่นของทั้งกิจการและพนักงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสนใจ เพราะมันจะช่วยให้พวกเราสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่ปกติได้อย่างรวดเร็วและสามารถรับมือได้ดีมากยิ่งขึ้น 

เราสามารถเชื่อได้เลยว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในครั้งนี้จะไม่ใช่วิกฤตครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะต้องเผชิญในโลกใบนี้ ในอนาคตนั้นอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก แม้ว่าจะไม่ใช่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแต่มันก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพวกเราอยู่ดี ดังนั้นบริษัทรวมไปถึงพนักงานนั้นจึงต้องพยายามพัฒนาให้ตนเองนั้นกลายเป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่นโดยใช้หลักการและแนวคิดของ Resilience เข้ามาปรับใช้ และเตรียมความพร้อมต่อการเผชิญกับวิกฤตไม่คาดฝันอยู่เสมอเพราะในสถานการณ์เช่นนี้กิจการที่มีความพร้อมมากกว่าก็จะมีความได้เปรียบมากกว่าเช่นเดียวกัน

นอกจากจะวางแผนเรื่องการตลาดและการขายแล้ว การวางแผนเรื่องการทำงานให้มีความยืดหยุ่นก็สำคัญ สิ่งที่จะช่วยให้เราสามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นในสภาวะที่มีความยืดหยุ่นสูงก็คือเทคโนโลยี บริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เราสามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นและอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใดของโลกก็สามารถทำงานได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังเรื่องเวลาส่วนตัวและเวลาทำงานเมื่อต้องทำงานแบบ work from home  จิตใจของพนักงานนั้นก็สำคัญไม่แพ้กันในการดำเนินธุรกิจ เมื่อผ่านวิกฤตทั้งหลายไปได้แล้วกิจการก็จะเติบโตมากยิ่งขึ้นและกลายเป็น  Sustainable Organization  ในที่สุด

 

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอาหารไทย

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *